Local News

สร้าง “Power of Options…อนาคตที่เราเลือกได้” 3 องค์กรภาคี ร่วมรณรงค์ลดปัญหาแม่วัยใส ในวันคุมกำเนิดโลก 2562

สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ และไบเออร์ไทย รณรงค์ขับเคลื่อนสร้างความรู้เรื่องการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง สร้างพลังแห่งทางเลือกให้วัยรุ่นเข้าถึงข้อมูล เพื่อการวางแผนครอบครัวที่ดี หวังลดปัญหาท้องไม่พร้อมในสังคมไทย

กรุงเทพฯ - วันที่ 26 กันยายน 2562 องค์กรภาคี ได้แก่ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สวท.) และบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าวเนื่องใน วันคุมกำเนิดโลก 2562 (World Contraception Day 2019) ภายใต้แนวคิด “Power of Options…อนาคตที่เราเลือกได้” เพื่อสร้างความตระหนักให้วัยรุ่นเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการคุมกำเนิด เพื่อวางแผนอนาคตและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรณรงค์เพื่อลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยร่วมกับนานาชาติ

นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงวันคุมกำเนิดโลก 2562 ว่า การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์หรือท้องไม่พร้อมในประเทศไทย ยังต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริม ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาการคุมกำเนิดที่ผิดพลาด เกิดจากความไม่รู้หรือมีความรู้ แต่ใช้ไม่ถูกวิธี ดังนั้น สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแพทย์ เภสัชกร สถานพยาบาล ร้านขายยา และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ทำให้ทุกคนเข้าใจและเห็นความสำคัญ เรื่องของการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี ไม่ปล่อยให้ตั้งครรภ์ในขณะที่ตนเองยังไม่พร้อม

ข้อมูลของกรมอนามัยในปี 2561 พบการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยเฉพาะเพศหญิงอายุ 10-19 ปี คลอดบุตรรวมทั้งสิ้น 72,566  คน1 หรือเฉลี่ย 199 คนต่อวัน2 ลดลงจากในปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 84,578  คน3 หรือเฉลี่ย 232 คนต่อวัน4 ส่วนการคลอดซ้ำของหญิงอายุ 10-19 ปี ในปี 2561 มีจำนวน 6,543 คน5 หรือร้อยละ 9.06 ลดลงจากปี 2560 ที่มีการคลอดซ้ำจำนวน 9,093 คน7 หรือร้อยละ 10.88 หากพิจารณาเฉพาะวัยรุ่นในช่วงอายุ 10-14 ปี พบมีการคลอดบุตร 2,385 คน9 ลดลงจากปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 2,559 คน10 หรือเฉลี่ยเท่ากันที่ วันละ 7 คน11  (ที่มา: 1,3,5-11 โดยกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข และ 2,4,11 โดยสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์)

“การให้ความรู้วิธีการคุมกำเนิดเป็นเรื่องสำคัญ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง เริ่มต้นตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน เพื่อทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ลดปัญหาท้องไม่พร้อมและคุณแม่วัยใส รวมไปถึงการจัดการบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง ดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กที่เกิดมามีสุขภาพพลามัยที่ดี”

ด้าน ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวว่า ปัญหาด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ของประเทศไทยยังไม่หมดไปและส่งผลกระทบเชิงสังคมที่รุนแรงและต่อเนื่อง ดังเช่นที่เราได้รับรู้จากสื่อต่างๆ ว่า “คนท้องไม่พร้อม” ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา โดยปัจจุบันประเทศไทยมีวัยรุ่นท้องไม่พร้อมมากถึงร้อยละ 15 เกินกว่าค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้คือไม่เกินร้อยละ 10 ซึ่งจะส่งผลเสียต่ออนาคตของเด็กและเยาวชนที่เกิดมาในหลายมิติ

สำหรับอีกประเด็นปัญหาในปัจจุบัน ก็คือผู้ที่มีความพร้อมทั้งวัยวุฒิและฐานะ มักไม่ค่อยมีบุตร หรือ “คนพร้อมไม่ท้อง” นับเป็นสิ่งที่ สวท. กังวลเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าในปี 2562 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สัดส่วนผู้สูงวัยมีมากกว่าเด็ก เนื่องจากเด็กเกิดใหม่ลดลงทุกปีตามสถิติในปี 2561 อยู่ที่ 666,109 คน

“ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ‘คนที่พร้อมไม่ท้อง แต่คนที่ท้องไม่พร้อม’ มีอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะคุณแม่วัยใสที่ขาดความรู้ในการคุมกำเนิดอย่างถูกต้องเมื่อตั้งครรภ์ ทำให้เกิดปัญหาหลายประการ สวท. เห็นความสำคัญของการให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิดในกลุ่มเด็กเยาวชน เราจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่าตัวเองมี Power of Options ในการเลือกว่า หากไม่ต้องการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ จะมีแนวทางคุมกำเนิดแบบใดเลือกอนาคตที่ดีที่เหมาะสมได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องช่วยกันรณรงค์”

ในส่วนความร่วมมือจากภาคเอกชน พญ.ปานียา สูตะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ แผนกฟาร์มาซูติคอล บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด โดยกล่าวว่า “ไบเออร์ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านฟาร์มาซูติคอล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพผู้หญิงและยาฮอร์โมนคุมกำเนิดที่หลากหลาย สำหรับในประเทศไทย ไบเออร์ มีนโยบายสนับสนุนโครงการวางแผนครอบครัวโดยร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาสังคมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีเจตนารมณ์ในการร่วมกันลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งพบการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและตั้งครรภ์ซ้ำ สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งคือการขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอย่างเหมาะสม ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ร่วมมือกับ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ ในการรณรงค์ให้ความรู้และส่งเสริมการคุมกำเนิดที่ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับแนวทางการรณรงค์ 3 องค์กรภาคี ได้แก่ ไบเออร์ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย และสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ มีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลายเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อาทิ

  • คู่มือรอบรู้เรื่องยาเม็ดฮอร์โมนรวมภายใน 3 นาที สำหรับเภสัชกร โดยการจัดทำคู่มือนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการให้คำปรึกษา และแนะนำการใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดเพื่อให้มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดต่อผู้มารับบริการ ณ ร้านขายยาโดยมีตัวแทนจากชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทยมารับมอบในวันนี้   
  • สื่อวิดีโอออนไลน์ภายใต้แนวคิด “Power of Options…อนาคตที่เราเลือกได้” ซึ่งเปิดตัวในวันนี้ มีวัตถุประสงค์ให้วัยรุ่นตระหนักถึง วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์สามารถรับชมวิดีโอได้ที่ 
    https://web.facebook.com/younglovethailand/videos/844610425934680/

การดำเนินกิจกรรมผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้โครงการ Young Love รักเป็น ปลอดภัย ของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • การเปิดช่องทางการสื่อสารออนไลน์ใหม่ ได้แก่ Line@Young Love เพื่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ข้อมูลเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารจากช่องทางเดิมนั่นคือ Facebook Page: Facebook.com/younglovethailand
  • จัดกิจกรรมให้ความรู้และให้คำปรึกษา ภายใต้โครงการ Young Love รักเป็น ปลอดภัย ในมหาวิทยาลัย และภายใต้โครงการรักนี้คุมได้ ในโรงงานอุตสาหกรรม อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกปี และสำหรับปีนี้ มีแผนจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 60 ครั้ง โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 40,000 คน การจัดกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิดที่เหมาะสม ในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เพื่อที่จะลดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

การจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันคุมกำเนิดโลกนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ 3 องค์กรภาคี ที่จะแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรหรือภาวะท้องไม่พึงประสงค์โดยเฉพาะในวัยรุ่นมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 พร้อมกับอีก 70 ประเทศทั่วโลก

………………………………………………………………

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
นรานาฏ พวงกนก ฝ่ายสื่อสารองค์กร
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด
โทร 02-2327027
อีเมล naranart.phugnkanok@bayer.com

 

PP-UN-WHC-TH-0002-1