Local News

โครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี เพิ่มศักยภาพภาคการเกษตรของเกษตรกรรายย่อยในเอเซีย

โครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดีในภูมิภาคเอเชีย เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทชั้นนำ มุ่งหวังพัฒนารูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืนและสามารถขยายขอบเขตรูปแบบไปสู่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวให้ได้มากที่สุด อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาการดำรงชีพของเกษตรกรรายย่อย และเพื่อความมั่นคงทางอาหาร

สิงคโปร์, 15 ตุลาคม 2561 - ข้าวเป็นอาหารหลักสำหรับประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก ในปีพ.ศ. 2593 ความต้องการข้าวจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากกำลังการผลิตในปัจจุบัน ปริมาณข้าวโลกมากกว่า 90% ผลิตในเอเชียโดยเกษตรกรรายย่อย สำหรับเกษตรกรรายย่อยเหล่านี้ข้าวไม่ใช่เพียงแค่อาหาร แต่มันเป็นแหล่งที่มาของการดำรงชีพ

เกษตรกรรายย่อย มีความเสี่ยงที่จะได้รับภัยคุกคามที่มีอยู่มากมายรวมทั้งผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ศัตรูพืชและโรคพืช โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่พร้อม การอพยพย้ายถิ่น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน และอุปสรรคด้านกฎระเบียบ พวกเขายังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีและเกษตรกรรมที่ทันสมัย รวมถึงการเข้าถึงเงินทุนและการตลาดด้วย ด้วยความท้าทายเหล่านี้ พวกเขาจึงมองเห็นศักยภาพการผลิตของพวกเขาได้เพียงเล็กน้อย

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2561 บริษัทไบเออร์ บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Financial Corporation; IFC-สถาบันการเงินในเครือของธนาคารโลก) บริษัทเนต้าฟิม (Netafim) และ บริษัทสวิส รี (Swiss Re) ร่วมด้วยพันธมิตรในท้องถิ่นแต่ละประเทศ ได้ร่วมกันเปิดตัว เกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี เพื่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในภูมิภาคเอเชีย (Better Life Farming) ในการประชุมข้าวนานาชาติที่สิงคโปร์

เกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทและองค์กรชั้นนำที่พร้อมให้การสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของเกษตรกรรายย่อยในแบบองค์รวม ให้พวกเขาสามารถทำเกษตรกรรมได้แบบเต็มศักยภาพ การเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับพันธมิตรในท้องถิ่นซึ่งมีความเข้าใจความท้ายในแต่ละพื้นที่ จะทำให้โครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดีสามารถนำเสนอแนวทางการทำการเกษตรแบบก้าวหน้า เทคโนโลยีเมล็ดพันธุ์ ระบบน้ำเพื่อการเกษตร ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช การเงิน ประกันภัย เทคโนโลยีดิจิตอล และการเข้าถึงตลาด โดยจะสามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของเกษตรกรได้ในทุกระดับ จุดแข็งของโครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี คือ ความมุ่งมั่นในระยะยาวของพันธมิตรที่จะร่วมเดินทางไปพร้อมกับเกษตรกรรายย่อยเพื่อการผลิตอาหารที่ยั่งยืน สร้างธุรกิจเกษตรที่เติบโตอย่างยืดหยุ่น และส่งเสริมวิถีการดำรงชีพของพวกเขา

เกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี ทำงานอย่างไร?

  • เทคโนโลยีและปัจจัยการผลิตคุณภาพสูง: เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทั้งในด้านเมล็ดพันธุ์ ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช และปุ๋ย รวมถึงเครื่องมือที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และนำเสนอการเกษตรแบบยั่งยืน
  • การฝึกอบรมและให้คำปรึกษา: นำเสนอการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตข้าว ได้แก่ การเตรียมดิน การจัดการพืชแบบผสมผสาน เทคโนโลยีการฉีดพ่นผลิตภัณฑ์อารักขาพืช และการใช้ผลิตภัณฑ์อารักขาพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย การฝึกอบรมในการทำการเกษตรแบบธุรกิจ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการปลูกฝังวิธีการคิดแบบธุรกิจเพื่อใช้ในการจัดการกิจกรรมต่างๆ ในการทำนา และมีเจ้าหน้าที่ภาคสนามในการให้คำปรึกษาแก่เกษตรกร
  • การเข้าถึงตลาดและราคาที่ยุติธรรม: ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรที่หลากหลายจะทำให้เกิดความโปร่งใสในห่วงโซ่การผลิตโดยมีเป้าหมายเพื่อเสนอราคารับซื้อผลผลิตที่เหมาะสมต่อเกษตกร
  • การเข้าถึงแหล่งทุน ประกันภัย และ การโอนความเสี่ยง: ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเรียนรู้การบริหารจัดการด้านการเงิน ประกันภัย การถ่ายโอนความเสี่ยง

ตั้งแต่เริ่มโครงการนำร่องข้าวเมื่อปีพ.ศ. 2560 โครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดีในเอเชียได้ผลลัพธ์ที่ดีจากโครงการนำร่องในฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งได้ทำงานในพื้นที่เฉพาะที่มีเกษตรกรรายย่อย จากโครงการทั้งหมด เราสามารถช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรรายย่อยเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการปฏิบัติแบบเดิมของเกษตรกร ในพื้นที่โครงการนำร่อง เช่น ในฟิลิปปินส์ ที่โบโฮล ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 57% และรายได้ของเกษตรกรเพิ่มถึง 170% และในอินโดนีเชีย ที่บานเท็น ผลผลิตเพิ่มขึ้น 27.1% และรายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น 73%

เฮนรี่ คามบันเกย์ เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวจากโบโฮล ฟิลิปปินส์ ได้แบ่งปันประสบการณ์ว่า “ความท้าทายหนึ่งที่ผมมีคือ นาของผมจะถูกทำลายโดยศัตรูพืช และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ผมต้องขอบคุณโครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดีที่ช่วยเกษตรกรรายย่อยในโบโฮล”

ในปีพ.ศ. 2561 โครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี ได้นำส่ง ความรู้ การปฏิบัติ และเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ก้าวหน้าให้แก่เกษตรกร ผ่านเจ้าหน้าที่ภาคสนาม และยังอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ต่อยอดได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับการเข้าถึงตลาดรับซื้อที่มั่นคงและให้ราคาที่เป็นธรรมผ่านพันธมิตรอย่างผู้รับซื้อหรือธนาคาร แนวทางปฏิบัตินี้ได้ถูกนำเสนอให้แก่เกษตรกรเกือบ 9,000 รายในปีพ.ศ. 2561 และมีเป้าหมายจะขยายไปสู่เกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ยังคงสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและมีนัยสำคัญต่อชีวิตเกษตรกรรายย่อยในปีหน้านี้

“เราต้องการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย เพราะเราเชื่อมั่นอย่างมากว่าการเสริมสร้างศักยภาพให้พวกเขาจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการทำนา ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของอาหาร การสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งเพื่อทำงานร่วมกับเกษตรกรด้วยความพร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้พิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้แก่เกษตรกร โครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี ได้นำพันธมิตรมาร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรในแบบองค์รวม เราเชื่อว่าแนวทางทำงานของเราจะมีส่วนช่วยส่งเสริมชีวิตที่ดีขึ้นไม่เพียงแต่ชาวนา แต่รวมไปถึงครอบครัวและชุมชนด้วย” ลิโน ดิแอส ผู้จัดการโครงการเพื่อเกษตรกรรายย่อย ไบเออร์ ได้เน้นความสำคัญในความร่วมมือและจุดแข็งของพันธมิตรโครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี

“ด้วยความร่วมมือของพันธมิตรเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดี เราสามารถทำให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงการประกันพืชผลซึ่งจะช่วยให้พวกเขาเข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้ใช้เมล็ดพันธุ์และปุ๋ยที่ดีขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิต ดังนั้นการประกันพืชผลไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีความอุ่นใจในการทำการเกษตร จากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ยังช่วยให้เกิดความมั่งคั่งทั้งต่อเขาและครอบครัว” โยกจ์ ทรีบ ผู้จัดการตลาดทั่วไปและสิ่งแวดล้อม จากสวิส รี ได้กล่าวถึงโครงการเกษตรกรรมนำชีวิตที่ดีว่าเป็นการนำเสนอความเป็นไปได้ที่แตกต่างให้แก่เกษตรกร

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ :

มาลี แจ้งอรุณ Communications Manager

โทร +66 2 232 7017
อีเมล์: malee.jaeng-arun@bayer.com

About Better Life Farming alliance

The Better Life Farming alliance aims to help ensure more safe, nutritious, and affordable food for the growing world population, advancing the United Nations Sustainable Development Goal of “ending hunger, achieving food security and improved nutrition, and promoting sustainable agriculture.” The efficient use of available resources, such as water, fertilizer, and energy, will empower growers to produce higher quality crops, generate higher incomes, and make farming attractive for future generations so that rural communities can prosper. For more information about the alliance and its work with smallholders please visit www.betterlifefarming.com.

About Bayer

Bayer is a global enterprise with core competencies in the life science fields of health care and agriculture. Its products and services are designed to benefit people and improve their quality of life. At the same time, the Group aims to create value through innovation, growth, and high earning power. Bayer is committed to the principles of sustainable development and to its social and ethical responsibilities as a corporate citizen. For more information, go to www.bayer.com.

About IFC

IFC, a sister organization of the World Bank and member of the World Bank Group, is the largest global development institution focused on the private sector in emerging markets. They work with more than 2,000 businesses worldwide, using its capital, expertise, and influence to create markets and opportunities in the toughest areas of the world. In FY17, they delivered a record $19.3 billion in long-term financing for developing countries, leveraging the power of the private sector to help end poverty and boost shared prosperity. For more information, visit www.ifc.org.

About Netafim

Netafim is the global leader in precision irrigation for a sustainable future. With 29 subsidiaries, 17 manufacturing plants, and 4,500 employees worldwide, Netafim delivers innovative, tailor-made solutions to millions of farmers, from smallholders to large-scale agricultural producers, in over 110 countries. Founded in 1965, Netafim pioneered the drip revolution, creating a paradigm shift toward precision irrigation. Today, Netafim provides diverse precision irrigation solutions for agriculture, greenhouses, landscaping, and mining, accompanied by expert agronomic, technical, and operational support. Netafim is also leading the way in digital farming for irrigation, integrating monitoring, analysis, and automation into one state-of-the-art system. Specializing in end-to-end solutions from the water source to the root zone, Netafim delivers turnkey irrigation and greenhouse projects, supported by engineering, project management, and financing services. Learn more at www.netafim.com.

About Swiss Re Corporate Solutions

Swiss Re Corporate Solutions provides risk transfer solutions to large and mid-sized corporations around the world. Its innovative, highly customized products and standard insurance covers help to make businesses more resilient, while its industry-leading claims service provides additional peace of mind. Our Food and Agriculture Business team provides a comprehensive array of innovative risk transfer solutions like crop shortfall covers, weather index, and revenue hedges, to clients along the agricultural supply chain. We also serve farmers directly through corporate agribusinesses and other distribution partners. Swiss Re Corporate Solutions serves clients from over 50 offices worldwide and is backed by the financial strength of the Swiss Re Group. Visit corporatesolutions.swissre.com.