ข่าวประชาสัมพันธ์

ไบเออร์ประกาศข้อตกลงเพื่อยุติคดีฟ้องร้องของมอนซานโต

 

  • บริษัทจะจ่ายเงินเป็นจำนวนรวมทั้งหมด 10.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ -10.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.1 พันล้านยูโร - 9.8 พันล้านยูโร) เพื่อยุติคดีความในปัจจุบันและคดีความที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตของผลิตภัณฑ์ราวด์อัพ Roundup™
  • นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศข้อตกลงเพิ่มเติมเพื่อยุติการฟ้องร้องคดีความเกี่ยวกับสารกำจัดวัชพืชไดแคมบาด้วยจำนวนเงิน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคดีที่เกี่ยวกับสารโพลีคลอริเนตไบฟีนีลปนเปื้อนในน้ำด้วยเงินจำนวน 820 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ค่าใช้จ่ายในการยุดิคดีฟ้องร้องมาจากกระแสเงินสดอิสระและการขายธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ (Animal Health)
  • ไบเออร์มีความพร้อมที่จะนำเสนอนวัตกรรมทางเลือกด้านวิทยาศาสตร์เพื่อตอบรับความต้องการด้านการดูแลสุขภาพและโภชนาการของโลก

เลเวอร์คูเซ่น, 24 มิถุนายน 2563 – ไบเออร์ได้ประกาศข้อตกลง ที่จะยุติคดีฟ้องร้องของมอนซานโตที่ยังค้างอยู่ รวมทั้งคดีของผลิตภัณฑ์ราวด์อัพ (Roundup™) ในสหรัฐอเมริกา คดีความไดแคมบา และคดีความสารโพลีคลอริเนตไบฟีนีลปนเปื้อนในน้ำ โดยประเด็นสำคัญคือการยุติคดีราวด์อัพ (Roundup™) ในสหรัฐอเมริกาโดยข้อตกลงครั้งนี้นำไปสู่การปิดคดีประมาณ 75% หรือคิดเป็นประมาณ 125,000 คดี ทั้งคดีที่มีการยื่นฟ้องร้องและการฟ้องร้องที่ยังไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้รวมถึงบริษัทกฎหมายของโจทก์ทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้นำในการจัดการฟ้องร้องคดีหลายคดีของ ราวด์อัพ ในหลายเขตของรัฐบาลกลาง (federal multi-district litigation (MDL)) หรือคดีในรัฐแคลิฟอร์เนีย และคิดเป็นประมาณ 95% ของคดีที่ยื่นฟ้องเพื่อการพิจารณาคดีทั้งหมดในปัจจุบัน และยังเป็นการกำหนดเกณฑ์และแนวทางในการยุติข้อเรียกร้องส่วนที่เหลือหากมีความคืบหน้าในการเจรจา ด้วยข้อตกลงนี้จะเป็นการจัดเตรียมแนวทางไว้สำหรับดำเนินการไกล่เกลี่ยให้กับข้อเรียกร้องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจะจ่ายเงินเป็นจำนวน 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ - 9.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในการยุติคดีที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ราวด์อัพที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งยังได้จัดเตรียมงบประมาณไว้สำหรับการร้องเรียนที่ยังไม่ได้รับการไกล่เกลี่ย และเตรียมงบจำนวน 1.25 พันล้านดอลลาร์ สำหรับข้อตกลงแบบกลุ่มแยกต่างหากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ข้อตกลงแบบกลุ่มเรื่องผลิตภัณฑ์ราวด์อัพจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้พิพากษา Vince Chhabria แห่งศาลแขวงสหรัฐอเมริกาของเขตแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ ข้อตกลงนี้ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการกำกับดูแลของไบเออร์ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการคดีพิเศษ สำหรับข้อตกลงเหล่านี้ ไม่มีการยอมรับผิดหรือยอมรับว่ากระทำความผิด

“สิ่งสำคัญคือ การตัดสินใจยุติคดีฟ้องร้องที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ราวด์อัพครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการที่เหมาะสมในเวลาอันเหมาะสม ที่ไบเออร์จะยุติความไม่แน่นอนที่มีมายาวนานให้สิ้นสุดลง” Werner Baumann ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไบเออร์กล่าว “นี่เป็นทางออกสำหรับข้อเรียกร้องที่มีอยู่ในปัจจุบันและยังเป็นการเตรียมแนวทางสำหรับจัดการกับความเสี่ยงที่จะเกิดคดีฟ้องร้องในอนาคตอีกด้วย เมื่อพิจารณาเทียบกับความเสี่ยงด้านการเงินที่สูงอันเป็นผลจากการพิจารณาคดีอย่างต่อเนื่องหลายปี และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงและธุรกิจของเราแล้ว วิธีการนี้นับว่ามีความสมเหตุสมผลในด้านการเงิน การตัดสินใจยุติคดีที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ราวด์อัพช่วยให้เราหันกลับมามุ่งเน้นด้านการจัดหาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพและโภชนาการได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังทำให้บริษัทกลับมามุ่งเน้นในเรื่องของการนำเสนอข้อมูลเรื่องความปลอดภัยและการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชที่มีส่วนประกอบของไกลโฟเซตในหลักการด้านวิทยาศาสตร์และกฎหมายข้อบังคับ รวมไปถึงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในวงการวิทยาศาสตร์ทั้งหมด”

“การตัดสินใจยุติคดีที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ราวด์อัพเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลสำหรับคดีฟ้องร้องที่มีลักษณะเฉพาะตัวเช่นนี้” Kenneth R. Feinberg ผู้ไกล่เกลี่ยที่ได้รับการแต่งตั้งโดยศาลเพื่อการเจรจายุติคดี กล่าว “ข้อตกลงแยกต่างหากที่เป็นกลางสำหรับข้อเรียกร้องในปัจจุบันเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะตัวและมุ่งเน้นไปที่ไบเออร์ ความคืบหน้าที่สำคัญในการยุติคดีฟ้องร้องนี้นับเป็นการวางแนวทางที่ชัดเจนในการช่วยให้แต่ละฝ่ายสามารถยุติคดีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ราวด์อัพในปัจจุบันได้ภายในระยะเวลาอันเหมาะสม

ข้อตกลงยุติคดีที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ราวด์อัพ Roundup™

ในการไกล่เกลี่ยสำหรับคดีความผลิตภัณฑ์ราวด์อัพมีองค์ประกอบหลายส่วน ข้อตกลงนี้ช่วยยุติคดีส่วนใหญ่ในปัจจุบันที่อยู่ในศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐและศาลประจำรัฐ รวมถึงทั้งโจทก์ที่มีการยื่นคดีฟ้องร้อง และฝ่ายอื่นๆที่มีทนายความแล้วแต่ยังไม่ได้ยื่นฟ้องร้อง ผู้ที่เข้าร่วมในข้อตกลงนี้จะต้องยุติคดีหรือตกลงที่จะไม่ยื่นฟ้องร้อง โดยบริษัทจะนำเงินจำนวน 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ - 9.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนี้มาจ่ายให้กับข้อตกลงที่มีการลงชื่อแล้ว และข้อตกลงที่ยังคงอยู่ในระหว่างการเจรจา นอกจากนี้ การกำหนดค่าใช้ง่ายในการประนีประนอมนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า ผู้เรียกร้องที่มีสิทธิ์ได้รับการชดเชยนภายใต้ข้อตกลงยังไม่ทราบเรื่องจนกว่าจะมีการดำเนินกระบวนการเรียกร้อง โดยข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ยังต้องผ่านการเจรจา ได้แก่ คดีต่างๆ ที่เกิดจากโฆษณาทางโทรทัศน์และเป็นคดีที่บริษัทกฎหมายของโจทก์มีการให้ข้อมูลสภาวะทางการแพทย์ของลูกค้าเพียงเล็กน้อยหรือไม่ได้ให้ข้อมูลแต่อย่างใด และ/หรือคดีของบริษัทกฎหมายที่มีข้อมูลน้อย

อย่างไรก็ตามข้อตกลงนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึง 3 คดี ได้แก่ คดีจอห์นสัน คดีฮาร์เดอแมน และคดีพิลเลียด  ซึ่งจะมีการดำเนินคดีตามกระบวนการอุทธรณ์ในศาลต่อไป  โดยที่ บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการสำหรับคดีเหล่านี้ต่อไป เนื่องจากการอุทธรณ์นี้เป็นการวางแนวทางในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้ ในการยื่นคดีอุทธรณ์ต่อศาล รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาได้แสดงท่าทีสนับสนุนเป็นการเฉพาะเจาะจงสำหรับข้อโต้แย้งก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่า ข้อพิพาทในคดีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ราวด์อัพในการเตือนเรื่องโรคมะเร็งของกฎหมายรัฐขัดแย้งกับกฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่มีข้อกำหนดให้ต้องทำการเตือนเรื่องโรคมะเร็ง ดังนั้นข้อพิพาทนี้จึงตกไป ในสัปดาห์นี้ ผู้พิพาษาศาลส่วนกลางในแคลิฟอร์เนียพบว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนให้ดำเนินการตามข้อกำหนดการเตือนเรื่องโรคมะเร็งภายใต้กฎหมาย Proposition 65 ของรัฐ ในกรณีของผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชที่มีส่วนประกอบของไกลโฟเซต ซึ่งข้อกฎหมายนี้ช่วยสนับสนุนข้อโต้แย้งของบริษัทในระหว่างการพิจารณาคดี

การฟ้องร้องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจะถูกจัดการผ่านการจัดทำข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทแบบกลุ่ม ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากศาล ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการจัดตั้งกลุ่มคณะของผู้ที่อาจดำเนินการฟ้องร้องในอนาคตและการจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ (Class Science Panel) เพื่อที่จะดำเนินการอย่างเป็นอิสระ คณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์จะพิจารณาตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ราวด์อัพสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด (non-Hodgkin’s lymphoma, NHL) ได้หรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้นปริมาณต่ำสุดที่สัมผัสต่อผลิตภัณฑ์อยู่ที่ระดับปริมาณใด  ข้อมูลต่างๆ ที่จะถูกพิจารณาโดยคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไบเออร์ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยได้ หรือเป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งสาธารณะนั้น จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะชน โดยที่กลุ่มฟ้องร้องและบริษัท จะมีภาระผูกพันตามการตัดสินของคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ทั้งในคำถามถึงสาเหตุและปัจจัยในการเกิดโรค เพื่อที่จะให้การพิจารณาตัดสินอยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มผู้เชียวชาญทางวิทยาศาสตร์แทนที่จะเป็นองค์คณะลูกขุน หากคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์พิจารณาตัดสินว่าไม่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์ราวด์อัพและโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (NHL) แล้วนั้น  กลุ่มผู้ฟ้องร้องจะไม่สามารถยื่นฟ้องร้องต่อบริษัทในอนาคตได้ โดยคาดว่าการพิจารณาตัดสินของคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์จะใช้ระยะเวลาหลายปี กลุ่มผู้ฟ้องร้องจะไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการยื่นฟ้องร้องต่อผลิตภัณฑ์ราวด์อัพ ก่อนที่การตัดสินของคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์จะเสร็จสิ้น รวมถึงไม่สามารถร้องขอให้ชดเชยค่าเสียหายได้ ดังนั้นจึงได้มีการทำข้อตกลงในการจัดตั้งกองทุน 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะนำมาสนับสนุนการวิจัยเรื่องการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (NHL) พร้อมกับโครงการวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (NHL) ในพื้นที่ที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัย อีกทั้งยังมีการเยียวยาช่วยเหลือให้กับกลุ่มผู้ฟ้องร้องที่ตรวจพบมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (NHL) และอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถได้รับความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการตัดสินของคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์

บริษัทระบุว่า ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการยุติการฟ้องร้อง บริษัทได้มีการพิจารณาทางเลือกอื่นในการดำเนินคดีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ราวด์อัพจากการประเมินความเสี่ยงของบริษัทปรากฏว่าหากดำเนินคดีต่อไปและมีผลลัพท์ไปทางลบ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือจะมีผลเสียที่ร้ายแรงกว่ามากเมื่อเทียบกับการยุติคดีความ  ทั้งนี้ ผลเสียรวมถึงการแพร่กระจายข่าวมากขึ้นและจำนวนโจทก์ที่มากขึ้น จำนวนการพิจารณาคดีเพิ่มขึ้นมากกว่า 20 คดีต่อปี และผลการตัดสินที่ไม่แน่นอนของคณะลูกขุน รวมทั้งผลกระทบด้านชื่อเสียงและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

“เมื่อพิจารณาจากหลายทางเลือกแล้ว ผมเชื่อว่าการดำเนินการนี้เป็นทางออกที่ครอบคลุมและเหมาะสมสำหรับประเด็นปัญหาที่ซับซ้อนและท้าทายอันสืบเนื่องมาจากคดีความนี้” ทนายความ John Beisner กล่าว ในฐานะปรึกษาของคณะกรรมการกำกับดูแลของไบเออร์และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก (Mass Tort) ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญใน Skadden, Arps, Slate, Meagher & Flom LLP’s Mass Torts, Insurance และ Consumer Litigation Practice Group

“คณะกรรมการกำกับดูแลที่ได้รับการสนับสนุนจาก John Beisner ที่ปรึกษาภายนอก และคณะกรรมการการฟ้องร้อง ได้มีการติดตามการดำเนินคดีผลิตภัณฑ์ราวด์อัพอย่างใกล้ชิด รวมทั้งคดีเกี่ยวกับสารกำจัดวัชพืชไดแคมบา และคดีที่เกี่ยวกับน้ำที่ปนเปื้อนโพลีคลอริเนตไบฟีนีล และยังให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริหารสำหรับเรื่องเหล่านี้อีกด้วย คณะกรรมการกำกับดูแลมีการตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์กับคณะกรรมการบริหารของเราว่า ทั้งสามข้อตกลงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา” Norbert Winkeljohann ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับดูแลของไบเออร์ กล่าว

Baumann กล่าวเสริมว่า “บริษัทของเรายึดมั่นในเรื่องการมีสุขภาพที่ดีของลูกค้า ในฐานะที่เป็นบริษัทด้านวิทยาศาสตร์ที่มุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพของผู้คนให้ดีขึ้น เรารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ที่เจ็บป่วย และเราเข้าใจดีว่าพวกเขาจำเป็นต้องค้นหาคำตอบ ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้คนที่เชี่ยวชาญในวงการวิทยาศาสตร์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ราวด์อัพไม่ได้เป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ไม่มีผลทำให้เกิดการเจ็บป่วยดังที่มีการฟ้องร้องในคดีเหล่านี้ บริษัทยังคงสนับสนุนผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชที่มีส่วนประกอบของไกลโฟเซต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการศึกษาวิจัย และโดยมีหลักฐานด้านวิทยาศาสตร์ถึงสี่ทศวรรษที่ยืนยันถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง” ความจริงแล้ว จากคำตัดสินการทบทวนการจดทะเบียน (Interim Registration Review Decision) ที่ออกมาในเดือนมกราคม องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (EPA) ได้ให้การสรุป “ไม่มีการระบุว่าการได้รับไกลโฟเซตจะมีความเสี่ยงใดๆ ต่อสุขภาพของมนุษย์”

ลูกค้า รวมทั้งเกษตรกรและผู้ใช้รายอื่นๆ ที่พึ่งพาผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชที่มีส่วนประกอบของไกลโฟเซต จะพบว่าจะไม่การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราวด์อัพ ภายใต้ข้อตกลงราวด์อัพที่ประกาศในวันนี้ ในขณะเดียวกันไบเออร์ยังคงมุ่งมั่นในการมอบทางเลือกเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้า เมื่อปีที่ผ่านมา ไบเออร์ได้ประกาศเรื่องการลงทุนเป็นจำนวนประมาณ 5 พันล้านยูโรในช่วงระยะเวลา 10 ปีเพื่อพัฒนาวิธีการใหม่ๆ สำหรับจัดการกับวัชพืชเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการองค์รวมในการสร้างสรรค์เกษตรกรรมแบบยั่งยืน

การยุติคดีความไดแคมบา

ไบเออร์ยังได้ประกาศข้อตกลงสำหรับคดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก (Mass Tort) เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ยสำหรับคดีฟ้องร้องไดแคมบาซึ่งมีการกล่าวหาว่าสร้างความเสียหายต่อพืชผล บริษัทจะจ่ายเงินจำนวน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติการพิจารณาคดีแบบ Multi-district Litigation ที่ยังคั่งค้างอยู่ในศาลแขวงของสหรัฐอเมริกาของเขตมิสซูรีด้านตะวันออก และข้อเรียกร้องสำหรับปีการเพาะปลูก พ.ศ 2558-2563 ผู้เรียกร้องจำเป็นต้องแสดงหลักฐานความเสียหายของพืชผลและหลักฐานที่บ่งบอกว่าสืบเนื่องมาจากไดแคมบา เพื่อการรวบรวมหลักฐาน บริษัทคาดว่าข้อตกลงนี้จะได้รับการสนับสนุนจาก BASF ซึ่งเป็นจำเลยร่วม

มีคดีไดแคมบาเพียงหนึ่งคดี ได้แก่ คดีความกับ Bader Farms ที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี และไม่นำมารวมอยู่ในข้อตกลงนี้ บริษัทเชื่อว่าคำตัดสินสำหรับ Bader Farms ขาดความสอดคล้องกับหลักฐาน และจะยังคงมีการดำเนินการด้านกฎหมายต่อไปเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวหลังการพิจารณาคดีและการอุทธรณ์หากจำเป็น

ไบเออร์ยืนหยัดให้การสนับสนุนในเรื่องความปลอดภัยและการใช้งานของผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืช XtendiMax™ ที่ใช้เทคโนโลยี VaporGrip™ และจะยังคงสนับสนุนเพิ่มการฝึกอบรมและการให้ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมผู้เพาะปลูกให้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้อย่างประสบความสำเร็จ บริษัทกำลังดำเนินการยุติคดีความไดแคมบาที่ยังคั่งค้างอยู่ เพื่อที่จะได้กลับไปมุ่งเน้นที่ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่

การยุติคดีความเกี่ยวกับสารโพลีคลอริเนตไบฟีนีลปนเปื้อนในน้ำ

ไบเออร์ได้ประกาศข้อตกลงเพื่อยุติคดีความต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับกรณีของน้ำสารโพลีคลอริเนตไบฟีนีลปนเปื้อนในน้ำ ซึ่งมอนซานโตเป็นผู้ผลิตสารโพลีคลอริเนตไบฟีนีลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จนกระทั่งหยุดการผลิตในพ.ศ 2520 ภายใต้ข้อตกลงนี้ ให้มีการจัดตั้งกลุ่มซึ่งประกอบด้วยรัฐบาลท้องถิ่นทั้งหมดที่มีใบอนุญาต EPA ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปล่อยน้ำที่ปนเปื้อนสาร โพลีคลอริเนตไบฟีนีล ไบเออร์จะจ่ายเงินเป็นจำนวนรวมประมาณ 650 ล้านดอลลาร์สำหรัฐ ให้แก่กลุ่ม ซึ่งจะต้องรอคำอนุมัติจากศาล

ในขณะเดียวกัน บริษัทได้เข้าร่วมในข้อตกลงแยกต่างหากกับอัยการสูงสุดของนิวเม็กซิโก วอชิงตัน และเขตโคลัมเบีย เพื่อไกล่เกลี่ยข้อเรียกร้องเรื่องสารโพลีคลอริเนตไบฟีนีล สำหรับข้อตกลงเหล่านี้ซึ่งแยกต่างหากจากกลุ่ม ไบเออร์จะจ่ายเงินที่คิดเป็นยอดรวมประมาณ 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ค่าใช้จ่ายในการยุติคดีความมาจากกระแสเงินสดอิสระและการขายธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ (Animal Health)

การจ่ายเงินสดที่เกี่ยวข้องกับการยุติคดีความคาดว่าจะเริ่มในพ.ศ.2563 ไบเออร์คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนกระแสเงินสดเพื่อจ่ายเงินไม่เกิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในพ.ศ.2563 และอีก 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในพ.ศ.2564 ส่วนยอดที่เหลือจะจ่ายในพ.ศ.2565 หรือหลังจากนั้น สำหรับเงินที่นำมาสนับสนุนการใช้จ่ายเหล่านี้ซึ่งจะต้องนำมาคิดภาษี ไบเออร์สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกินทางการเงิน กระแสเงินสดอิสระในอนาคต เงินรายได้จากการขายธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ (Animal Health) ตลอดจนการออกพันธบัตรเพิ่มเติมซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการเงินยุติคดีความ และหนี้สินที่กำลังจะครบกำหนด 

การจ่ายเงินสดที่เกี่ยวข้องกับการยุติคดีความคาดว่าจะเริ่มในพ.ศ.2563 ไบเออร์คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนกระแสเงินสดเพื่อจ่ายเงินไม่เกิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในพ.ศ.2563 และอีก 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในพ.ศ.2564 ส่วนยอดที่เหลือจะจ่ายในพ.ศ.2565 หรือหลังจากนั้น สำหรับเงินที่นำมาสนับสนุนการใช้จ่ายเหล่านี้ซึ่งจะต้องนำมาคิดภาษี ไบเออร์สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกินทางการเงิน กระแสเงินสดอิสระในอนาคต เงินรายได้จากการขายธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ (Animal Health) ตลอดจนการออกพันธบัตรเพิ่มเติมซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการเงินยุติคดีความ และหนี้สินที่กำลังจะครบกำหนด

ไบเออร์ กับจุดยืนที่แข็งแกร่งเพื่ออนาคต

“เมื่อเราดำเนินการเพื่อจัดการเรื่องคดีความสำคัญให้สิ้นสุดลง ไบเออร์ก็จะสามารถวางแนวทางสำหรับอนาคตและรับมือกับความท้าทายระดับโลกที่เราเผชิญ ทั้งในด้านสุขภาพและโภชนาการ ไม่ใช่แต่เฉพาะเพียงแค่ในวันนี้ที่เราเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 แต่ยังรวมถึงในระยะยาว เพราะเรามุ่งทำงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชากรที่มีอายุมากขึ้น และมีจำนวนเพิ่มขึ้นซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 10 พันล้านคนภายในพ.ศ.2593” Baumann กล่าว “ผู้คนมากกว่า 100,000 คนทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อทำให้วิสัยทัศน์ ‘ให้ประชากรโลกมีสุขภาพดีและไม่ขาดแคลนอาหาร (Health for all, Hunger for none)’ กลายเป็นจริง ด้วยยาและผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร เราเชื่อว่าวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต เช่นเดียวกับที่ผ่านมา โดยตลอดระยะเวลาที่ไบเออร์ได้ทำหน้าที่มอบการดูแลให้แก่กับลูกค้าและผู้ป่วยมาเกือบ 160 ปี เรามุ่งมั่นที่จะเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ด้วยสำนึกรับผิดชอบ ทั้งเพื่อช่วยตอบสนองเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ และเพื่อรักษาไว้ซึ่งความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะสิ่งนี้มีความสำคัญต่อการรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริษัทของเรา”

เกี่ยวกับไบเออร์

ไบเออร์เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจไลฟ์ซายน์ด้านการดูแลสุขภาพและโภชนาการ ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติโดยการสนับสนุนความพยายามในการเอาชนะความท้าทายที่สำคัญอันเนื่องมาจากประชากรโลกที่กำลังเติบโตและสูงวัย ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มรายได้และสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นผ่านนวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจ ไบเออร์มุ่งมั่นในหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และแบรนด์ไบเออร์ทั่วโลกยังหมายถึงความไว้วางใจ ความเชื่อถือได้ และคุณภาพ ในปีงบประมาณ 2562 กลุ่มบริษัทมีพนักงานประมาณ 104,000 คนและมียอดขาย 43.5 พันล้านยูโร โดยมีรายจ่ายการลงทุน 2.9 พันล้านยูโร และค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา 5.3 พันล้านยูโร ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bayer.com

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ:

 แหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้มีให้บริการในระบบออนไลน์ www.bayer.com/settlements

  • เนื้อหาการประชุมทางโทรศัพท์สำหรับนักลงทุน
  • ลิงก์สู่การประชุมทางโทรศัพท์ (หลังจากประชุมทางโทรศัพท์เสร็จสิ้นแล้วสักครู่หนึ่ง จะมีเสียงบันทึกของการประชุมตามมาในภายหลัง)
  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวไกลโฟเซต

 คุณสามารถรับฟังการประชุมทางโทรศัพท์ได้แบบสด โดยคุณจำเป็นต้องลงทะเบียน:

  • การประชุมทางโทรศัพท์สำหรับนักลงทุน เวลา 14:00 น. EDT (20.00 น. CEST): ลงทะเบียนที่นี่
  • การแถลงข่าวผ่านทางการประชุมทางโทรศัพท์ เวลา 15.15 น. EDT (21.15 น. CEST): ลงทะเบียนที่นี่

 บรรณาธิการโทรทัศน์สามารถดาวน์โหลดวิดีโอล่าสุดของไบเออร์ได้ฟรีที่ www.tv-footage.bayer.com/

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ:

Christopher Loder, 
โทร +1 201 3964325
อีเมล christopher.loder@bayer.com

Christian Hartel, 
โทร +49 214 30-47686
อีเมล christian.hartel@bayer.com

Tino Andresen, 
โทร +49 214 30-66048
อีเมล tino.andresen@bayer.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.bayer.com

tia (2020-0131E)

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อาจมีเนื้อหาที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าโดยยึดตามสมมติฐานและการคาดการณ์จากสภาวการณ์ในปัจจุบันโดยผู้บริหารของไบเออร์ ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ ทั้งที่ทราบและไม่ทราบอาจทำให้เกิดความแตกต่างที่มีนัยสำคัญระหว่างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในอนาคต สถานการณ์ทางการเงิน การพัฒนา หรือผลการดำเนินงานของบริษัทกับการคาดการณ์ที่ปรากฏในข่าวนี้ ปัจจัยเหล่านี้รวมถึงข้อมูลที่กล่าวถึงในรายงานของไบเออร์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.bayer.com บริษัทจะไม่รับผิดต่อสิ่งใดก็ตามในการปรับข้อความที่คาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตให้เป็นปัจจุบันหรือปฏิบัติตามข้อความเหล่านี้ในเหตุการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต